Logistics Connectivity: เดินหน้าโครงการทดลองเดินเรือเส้นทาง “ระนอง–จิตตากอง”

การท่าเรือแห่งประเทศไทย เดินหน้าทดลองเส้นทางขนส่งทางเรือ “ระนอง–จิตตากอง” เพื่อขยายศักยภาพโลจิสติกส์ของไทยสู่ภูมิภาคอ่าวเบงกอล โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ร่วมกับสภาธุรกิจไทย–บังกลาเทศ (BTCCI), สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (TCC), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), หอการค้าจังหวัดระนอง, Thai–Trade Center (TTC) และภาคเอกชน นำโดยบริษัท SCG JWD Logistics เตรียมดำเนินการทดลองเดินเรือเส้นทาง “ระนอง–จิตตากอง” ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
ทั้งนี้ กำหนดการเดินเรือและรายละเอียดการขนส่งคือ เรือสินค้าจะออกเดินทางจาก ท่าเรือระนอง ประมาณวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ใช้เวลาเดินทางราว 4 วัน ไปถึง ท่าเรือจิตตากอง (Chittagong Port) ประเทศบังกลาเทศ โดยในเที่ยวขาไปมีแผนขนส่งสินค้าจำนวน 150 ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต อัตราค่าระวางเรือ (Freight) อยู่ที่ 1,050 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตู้ เมื่อถึงจิตตากอง เรือจะจอดรับตู้สินค้าขากลับมายังประเทศไทย โดยมีกำหนดออกเดินทางกลับประมาณวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 อัตราค่าระวางเรือขากลับอยู่ที่ 525 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ซึ่งการขนส่งทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัท SCG JWD Logistics ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการขนส่งทางเรือ (Shipping Line) อย่างเป็นทางการ


สินค้าหลักที่จะใช้ในการทดลองครั้งนี้คือ ดินขาว (Kaolin Clay) จากผู้ประกอบการในจังหวัดลำพูน จำนวน 77 ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต โดยมีสัดส่วนสินค้าจาก ลำพูน 60% และระนอง 40% ซึ่งสะท้อนถึงการบูรณาการของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ท่าเรือระนองได้ยืนยันความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ และระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับการดำเนินการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งด้านพื้นที่จัดเก็บตู้สินค้า ระบบตรวจปล่อยสินค้า และความพร้อมของบุคลากรด้านปฏิบัติการ
การดำเนินการนี้ ถือเป็นการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและเอกชน อาทิ สภาธุรกิจไทย–บังกลาเทศ, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรม, การท่าเรือแห่งประเทศไทย และนักธุรกิจที่สนใจ จะร่วมมือกันประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้ส่งออกมาใช้เส้นทางนี้ เพื่อให้มีปริมาณสินค้าขาไปครบ 150 ตู้ และเพิ่มปริมาณสินค้าขากลับจากบังกลาเทศให้มากที่สุด นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอแนวทางให้ในการประชุมแต่ละครั้งเริ่มด้วยการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ก่อนพิจารณางานเพิ่มเติม เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานมีความต่อเนื่องและเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ภายหลังจากนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการจัดประชุม ติดตามงานประจำสัปดาห์ (Weekly Meeting) เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างทุกฝ่าย และติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด
ซึ่งความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของเส้นทาง “ระนอง–จิตตากอง” นี้ถือเป็นการเปิดเส้นทางเดินเรือ “ระนอง–จิตตากอง” นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- เสริมการเชื่อมโยงไทยสู่อ่าวเบงกอล: เปิดตลาดใหม่เชื่อมโยงประเทศไทยกับบังกลาเทศและอินเดียตะวันออกโดยตรง ลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบมะละกา
- ยกระดับท่าเรือระนองสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ฝั่งอันดามัน: เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาให้ท่าเรือระนองกลายเป็นเกตเวย์หลักของไทยฝั่งตะวันตก รองรับการเชื่อมโยง EEC – Dawei – Ranong – Bay of Bengal
- เพิ่มโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทย: สนับสนุนผู้ส่งออกไทยเข้าถึงตลาดบังกลาเทศที่มีประชากรกว่า 170 ล้านคน ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น โครงการทดลองเดินเรือเส้นทาง “ระนอง–จิตตากอง” เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างไทยและบังกลาเทศ ที่จะช่วยยกระดับศักยภาพการขนส่งทางทะเล ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ และสร้างโอกาสใหม่ทางการค้าระหว่างภูมิภาค หากการทดลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จ คาดว่าจะต่อยอดไปสู่การเปิดให้บริการเดินเรือประจำเส้นทางในอนาคต ซึ่งจะผลักดันท่าเรือระนองให้กลายเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมโยงอ่าวเบงกอล” ของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์
